VirtueMart
รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า






mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday1277
mod_vvisit_counterYesterday1525
mod_vvisit_counterThis week10818
mod_vvisit_counterLast week10305
mod_vvisit_counterThis month26413
mod_vvisit_counterLast month42150
mod_vvisit_counterAll days2823966

We have: 25 guests online
Your IP: 54.80.102.170
 , 
Today: ส.ค. 18, 2018

สินค้าขายดี

 

sb6701

 


 

sb4704

 


 


 

sb2106

 


 

D1702

 


 

bb8200

 


ซื้อของร้านนี้มั่นใจได้รับสินค้าชัวร์ 1000%


คลิ๊กที่นี่ วิธีวัดเท้าลูกน้อย

+++ควรวัดขนาดเท้าลูกก่อนสั่งซื้อทุกครั้ง งดเทียบเบอร์รองเท้าเดิมเพราะไซส์อาจไม่เท่ากัน

สินค้าซื้อแล้วไม่รับเปลี่ยนหรือคืนจ้า+++

หากไม่สามารถกดสั่งลงตะกร้าสินค้าได้ รบกวนแจ้งรหัสสินค้ามาตามช่องทางตามนี้เลยค่ะ

Email : skmomshop@gmail.com

Line ID : @skmomshop

แอดไลน์คลิ๊กที่ภาพได้เลยค่ะ


วิธีเลือกรองเท้าเด็ก รองเท้าหัดเดิน คู่ใจให้ลูกน้อย

โดยส่วนใหญ่หนูน้อยจะเริ่มหัดเดินในช่วงอายุประมาณ 10-12เดือน ซึ่งเมื่อแรกเริ่มหัดเดิน ลูกน้อยอาจจะยังไม่ต้องรีบใช้รองเท้า เพราะการเดินด้วยเท้าเปล่าบนพื้นซึ่งคุณแม่ได้จัดเตรียมไว้ จะช่วยให้ลูกเคลื่อนไหวอย่างอิสระ มีการฝึกทรงตัวที่ดีขึ้น และยังได้สัมผัสกับพื้นผิวที่แตกต่างกันไป เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับลูกน้อยได้อีกด้วย แต่เมื่อลูกน้อยอายุขวบปีขึ้นไปการเดินจะทำได้คล่องแคล่วขึ้น ประกอบกับเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น ช่างสงสัย ทำให้บางครั้งลูกรักอาจเดินสำรวจไปมาจนคุณแม่คอยดูไม่ทัน ทำให้คุณแม่เกิดความกังวลได้ว่าพื้นผิวที่เท้าของลูกสัมผัสนั้นจะสะอาดเพียงพอไหม?

น้องจะเดินไปตรงที่มีเชื้อโรคหรือเศษวัสดุที่จะทำให้เกิดอันตรายหรือเปล่า?
...และด้วยเหตุผลนี้

รองเท้าเด็ก รองเท้าหัดเดิน จึงกลายมาเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยปกป้องเท้าคู่น้อยๆให้กับหนูน้อยวัยกำลังซน ซึ่งรองเท้าที่เหมาะจะมาเป็นรองเท้าคู่โปรดให้กับลูกรัก คุณแม่อาจพิจารณาจากหลักเกณฑ์ง่ายๆ ดังนี้ค่ะ

  • เลือกรองเท้าที่มีพื้นอ่อน ทำจากวัสดุที่นุ่ม เบา และยืดหยุ่นได้ดี จะช่วยให้ลูกควบคุมเท้า และทรงตัวในขณะเดิน ได้มากกว่ารองเท้าที่มีพื้นแข็งค่ะ เพราะรองเท้าที่มีพื้นแข็งนั้นเมื่อไปเดินในที่ขรุขระ เท้าของเจ้าตัวเล็กก็จะบิดเบี้ยวไปมา ทำให้ควบคุมการเดินได้ยากกว่ารองเท้าพื้นอ่อน
  • ระบายอากาศได้ดี รองเท้าที่ทำจากวัสดุพวกผ้าใบคุณภาพดี หนังฟอกเนื้อโปร่ง เหมาะกับบ้านเราที่อากาศร้อน รองเท้าที่โปร่งจะช่วยให้การระบายอากาศดี ไม่อับชื้นเวลาที่เหงื่อออกนะคะ
  • เลือกรองเท้าเด็กที่กระชับ คือมีสายรัดกระชับข้อเท้าและที่ส้นรองเท้า เพื่อช่วยประคองกล้ามเนื้อเท้าในเวลาเดิน จะช่วยให้ลูกเดินทรงตัวได้ดีขึ้น
  • เลือกรองเท้าเด็กหัดเดินที่หัวไม่บีบ ซึ่งควรจะเป็นรองเท้าที่มีหัวกว้างๆ หรือป้านๆ เพื่อให้นิ้วเท้าแบออกได้เต็มที่ ไม่ถูกบีบ ยืดหยุ่นตามการเคลื่อนไหวของเท้า มิเช่นนั้นนิ้วเท้าของเจ้าตัวเล็กก็จะถูกกดให้งองุ้ม แล้วยังส่งผลต่อการเดินของลูกด้วยนะคะ
  • เลือกซื้อรองเท้าเด็กที่ยาวกว่าเท้าของลูกซัก 1.5-2 ซม. เพื่อให้เท้าน้อยๆ มีที่เหลือพอให้รูปเท้าแผ่ได้อย่างเต็มที่ในเวลาเดิน อย่าลืมให้เจ้าตัวเล็กลองใส่เดินด้วยนะคะ จะได้ดูว่าเวลาที่เดิน รองเท้าหลวมจนหลุดหรือเปล่า ใส่แล้วเดินสบายมั้ย ถ้าเดินเต็มเท้าแล้วการทรงตัวดีก็แสดงว่าคู่นี้ใช้ได้ค่ะ
  • ตรวจดูการตัดเย็บ ด้วยว่าด้านในต้องไม่มีรอยต่อตะเข็บหรือขอบแข็ง เพราะจะไปเสียดสีกับเนื้ออ่อนๆ ของเจ้าตัวเล็กทำให้เท้าเจ็บได้ค่ะ
  • รองเท้าคู่แรกพ่อแม่อาจจะต้องยอมลงทุนสักนิดค่ะ อย่าเลือกรองเท้ามือสองที่เคยใช้มาแล้ว เพราะเด็กแต่ละคนรูปเท้าไม่เหมือนกัน และรองเท้าคู่นั้นอาจจะเปลี่ยนตามรูปเท้าเจ้าของเดิมไปแล้วก็ได้ค่ะ
  • เท้าเด็กๆ โตเร็วค่ะ คุณพ่อแม่ไม่ควรซื้อรองเท้าหัดเดินมาเก็บไว้หลายคู่นะคะ เพราะเด็กๆ โตเร็ว ขนาดของเท้าก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ดังนั้นมีแค่สองคู่ไว้ใส่สลับกัน เผื่อเวลาที่อีกคู่หนึ่งนำไปทำความสะอาดเจ้าตัวเล็กจะได้มีใส่ก็พอค่ะ
  • มองหารองเท้าจากร้านที่ได้มาตรฐาน เพราะจะมีรองเท้าที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งมีพนักงานที่เชี่ยวชาญคอยแนะนำอย่างใกล้ชิด ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ นอกจากนี้ แนะนำว่าควรพาลูกน้อยไปเลือกซื้อด้วยนะคะ ให้ลูกได้มีโอกาสลองใส่เดิน จะทำให้คุณแม่ได้รองเท้าที่เหมาะกับเท้าของลูก และเจ้าตัวเล็กเองก็ชื่นชอบด้วยค่ะ
  • ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก นิตยสารรักลูก